top of page
Amazing Thailand.png

DIVING ROUTE

South Andaman

เส้นทางดำน้ำ อันดามันใต้

นักดำน้ำนิยมเรียกพื้นที่ทะเลช่วงที่อยู่ถัดไปตอนใต้ของเกาะภูเก็ตว่าอันดามันใต้ ซึ่งมีอาณาเขตต่อเนื่องตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง จนสุดเขตน่านน้ำไทยที่จังหวัดสตูล 

 

สภาพภูมิศาสตร์ของอันดามันใต้แตกต่างจากอันดามันเหนืออย่างเห็นได้ชัด เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณปากช่องแคบมะละกา ซึ่งเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค แม้น้ำทะเลจะไม่ใสกระจ่างเท่าจุดดำน้ำในเขตอันดามันเหนือที่เปิดออกสู่มหาสมุทรโดยตรง แต่อันดามันใต้ก็มีเสน่ห์น่าค้นหา เพราะเต็มไปด้วยหมู่เกาะหินปูนซึ่งมีถ้ำใต้น้ำอันสวยงามแปลกตา อีกทั้งกองหินที่มีสีสันสดใสของปะการัง 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางดำน้ำอันดามันใต้ โดยทั่วไป เรือจะออกจากท่าเรืออ่าวฉลองซึ่งอยู่ตอนใต้ของเกาะภูเก็ต เรือบริการดำน้ำแบบค้างคืน (Live aboard) จะจัดโปรแกรมดำน้ำระยะเวลา 3-4 วัน ที่ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะลันตา เกาะห้า หินม่วง หินแดง บางโปรแกรมครอบคลุมไปไกลถึงเกาะหลีเป๊ะ และหมู่เกาะอาดัง-ราวี (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) บางโปรแกรม ครอบคลุมถึงหมู่เกาะราชา ซึ่งแม้จะอยู่ไม่ไกลจากเกาะภูเก็ต แต่เส้นทางฉีักออกไปจากเส้นทางหลักเล็กน้อย

ส่วนนักดำน้ำที่ต้องการเลือกใช้เรือบริการดำน้ำแบบไปเช้า-เย็นกลับ (Day trip) ก็ยังสามารถใช้บริการโปรแกรมดำน้ำจากร้านดำน้ำท้องถิ่นในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ภูเก็ต (เส้นทางเกาะราชา เส้นทางเรือจมคิงครุยเซอร์ และเส้นทางหมู่เกาะพีพี) เกาะพีพีดอน (จุดดำน้ำในเขตหมู่เกาะพีพี) เกาะลันตา (เส้นทาง เกาะห้า และเส้นทาง หินม่วงหินแดง) และเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล 

Map South Andaman Liveaboard_edited.png
IMG_3287.jpg

หมู่เกาะราชา 

จังหวัดภูเก็ต

หมู่เกาะราชาอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต ประกอบไปด้วยเกาะ 2 เกาะ คือเกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย เกาะทั้งสองนี้สามารถเดินทางโดยตรงจากเกาะภูเก็ตได้ แต่ถ้ามองดูในแผนที่ จะเห็นตำแหน่งที่ตั้งที่ห่างไกลจากแนวชายฝั่งภาคพื้นทวีป ทำให้สีของน้ำทะเลที่เกาะราชามีความสวยงามเป็นอันดับต้น ๆ  ของทะเลไทย 

 

หมู่เกาะราชาได้รับความนิยมจากนักดำน้ำทั้งมือใหม่และมือเก่า โดยเกาะราชาใหญ่นั้นเต็มไปด้วยจุดดำน้ำหลายแห่งรอบๆ แนวเกาะ เช่น อ่าวปะตก (Batok Bay, Bungalow Bay) ที่ทั้งน้ำใส ดำง่าย มีแนวปะการังสลับลานทรายสำหรับฝึกดำน้ำได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีจุดดำน้ำเรือจมที่ดำน้ำได้ง่าย

 

ในขณะที่เกาะราชาน้อย มีทั้งจุดดำน้ำสำหรับนักดำน้ำทั่วไป เช่น อ่าวกล้วย อ่าวราชาน้อย และยังมีกองหินเซาท์ทิป ซึ่งเป็นจุดดำน้ำระดับท้าทายความสามารถ เพราะมีกระแสน้ำรุนแรง แต่ก็มีความสวยงามอลังการจนใครๆ ก็อยากมาพิสูจน์ให้เห็นกับตา

  • เกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย อยู่ห่างจากท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต 19 กิโลเมตร และ 28 กิโลเมตร ตามลำดับ 

  • ทริปดำน้ำเกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย ให้บริการแบบเช้าไป-เย็นกลับ (Day trip) ราคาประมาณ 3,900 - 4,500 บาท และทริปดำน้ำแบบพักค้างคืนบนเรือ (Live aboard) บางโปรแกรม จะมีเกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อยอยู่ด้วย

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำ เดือนตุลาคม - พฤษภาคม

_A650736.jpg
IMG_3543-2.jpg
_A657632.jpg
_A650721.jpg

เกาะราชาน้อย 

เกาะราชาน้อย นับเป็นเกาะที่อยู่ไกลจากชายฝั่งมากที่สุดในบรรดาเกาะบริวารของภูเก็ตอยู่ในเขตสงวนของกองทัพเรือ บนเกาะไม่มีบ้านเรือนผู้คนและสิ่งปลูกสร้างใด ๆ  ทำให้เกาะราชาน้อยเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ทั้งบนบกและใต้น้ำเกาะราชาน้อยมีรูปร่างเรียวยาว ชายฝั่งทั้งสองด้านมีจุดดำน้ำและแนวปะการังหลายจุด 

อ่าวกล้วยเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกาะราชาน้อย เพราะปลอดภัยจากคลื่นลมมรสุมสามารถดำน้ำได้ง่าย จุดเด่นของอ่าวกล้วย คือแนวปะการังแข็งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในภูเก็ต มีดงปะการังโขด ปะการังเขากวาง และที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีกลีบซ้อนกันอย่างสวยงามคล้ายดอกไม้ ขึ้นเรียงรายเหมือนแปลงดอกไม้ใต้ทะเล ที่ระดับความลึกตั้งแต่3-5 เมตร ไล่ระดับลงไปถึงความลึก 25 เมตร ซึ่งนักดำน้ำแต่ละระดับสามารถเลือกดำน้ำในความลึกที่เหมาะสมกับตนเองได้

นอกจากนี้ ยังมีอ่าวราชาน้อย ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง จุดเด่นคือแนวปะการังแข็ง น้ำใส และมีโอกาสเจอปลาบาราคูด้านับพันตัวว่ายหากินเป็นฝูงใหญ่ ดูน่าตื่นตาตื่นใจ

  • ระดับความลึก 3-25 เมตร   

  • เหมาะสำหรับนักดำน้ำทุกระดับ 

Marine Life-03.png
Marine Life-12.png
_DSC2423-Edit.jpg

กองหินเซาท์ทิป (South Tip Pinnacle)

จุดดำน้ำแห่งนี้เพิ่งเป็นที่รู้จักในหมู่นักดำน้ำได้ไม่นาน แต่กำลังกลายเป็นสถานที่ที่หลายคนใฝ่ฝันจะได้มาชื่นชมความสวยงามอันเต็มไปด้วยสีสันของโลกใต้ทะเลที่นี่สักครั้งหนึ่ง

กองหินเซาท์ทิป เป็นกองหินขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดด้านทิศใต้ของเกาะราชาน้อย เป็นบริเวณที่กระแสน้ำจากทั้งสองด้านของเกาะไหลมาบรรจบกัน แนวปะการังในกองหินจึงได้รับธาตุอาหารจากกระแสน้ำตลอดเวลา พื้นที่แทบทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยปะการังอ่อนและกัลปังหาซึ่งเป็นปะการังที่หากินด้วยการดักจับแพลงตอนในกระแสน้ำ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยปลาและสัตว์น้ำสารพัดชนิด ทั้งปลาขี้ตังเบ็ดสีน้ำเงินสดใส ปลายูนิคอร์นที่มีเขายื่นยาวดูแปลกตา ปลาในตระกูลสลิดหินหลากหลายชนิด และปลาหายากที่นักดำน้ำทุกคนอยากเจอ คือ ปลาฉลามเสือดาว และปลากระเบนราหู (Manta Ray) ซึ่งมีโอกาสพบได้มากในเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน

จุดดำน้ำแห่งนี้มีความลึกค่อนข้างมาก โดยจุดตื้นที่สุดของกองหินนั้นมีระดับความลึก 15 เมตร ไล่ระดับลงไปสู่ก้นทะเลที่ความลึก 60 เมตร และระดับความลึกที่เหมาะสมกับการดำน้ำอยู่ที่ 25-30 เมตร อีกทั้งยังมีกระแสน้ำไหลรุนแรง แปรปรวน หลายทิศทาง และยากต่อการคาดคะเน ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์สูง และมีร่างกายแข็งแรงแต่ความสวยงามของกองหินแห่งนี้ก็ยังคุ้มค่าต่อความยากลำบากเสมอ

  • ระดับความลึก 15-60 เมตร    

  • เป็นเขตกระแสน้ำแรงและแปรปรวน เหมาะสำหรับนักดำน้ำระดับ Advance ที่มีประสบการณ์

Marine Life-12.png
Marine Life-07.png
Marine Life-02.png
Marine Life-01.png
IMG_3672.jpg
IMG_3655.jpg

จุดดำน้ำเรือจมคิงครุยเซอร์

เรือคิงครุยเซอร์ เป็นเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการระหว่างภูเก็ตและเกาะพีพี เกิดอุบัติเหตุจมลงเนื่องจากชนกองหินมุสังนอก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 โดยผู้โดยสารประมาณ 500 คน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยทั้งหมด

 

ซากเรือจมคิงครุยเซอร์ กลายเป็นจุดดำน้ำแหล่งดำน้ำประเภทซากเรือจมที่รู้จักกันดีที่สุด แม้ช่วงเวลาที่เรือลำนี้จมอยู่ใต้น้ำเกือบ 30 ปี จะทำให้โครงสร้างยุบตัวลง แต่ด้วยตำแหน่งที่เรือจมอยู่ในแนวร่องน้ำที่มีกระแสน้ำพัดรุนแรง จึงมีปะการังอ่อนขึ้นปกคลุมทั่วทั้งตัวเรือ และยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่ใช้โครงสร้างเรือเป็นที่กำบัง ทำให้ที่นี่เป็นเรือจมที่มีสภาพเหมือนแนวปะการังธรรมชาติมากที่สุด

 

ข้อจำกัดในการดำน้ำที่นี่ คือกระแสน้ำที่รุนแรง และทัศนวิสัยที่จำกัดในบางช่วงเวลา นักดำน้ำจึงควรสอบถามวันเวลาที่เหมาะสมกับผู้ให้บริการ และเพิ่มความระมัดระวังในการดำน้ำ

  • ระดับความลึก 14-33 เมตร    

  • เป็นเขตกระแสน้ำแรงและแปรปรวน บางช่วงเวลา ทัศนวิสัยอาจจำกัด เหมาะสำหรับนักดำน้ำระดับ Advance ที่มีประสบการณ์

Marine Life-12.png
Marine Life-03.png
_A657632.jpg
IMG_3595-Edit-2.jpg

กองหินมุสังใน หรือ ชาร์ค พอยท์ (Shark Point)

กองหินนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นทางจากเกาะภูเก็ตไปหมู่เกาะพีพี มีชื่อ Shark Point มาจากการพบปลาฉลามเสือดาวได้บ่อยครั้งในอดีต ทุกวันนี้ยังคงเป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม และมีระบบนิเวศใต้น้ำที่สมบูรณ์ 

จุดดำน้ำนี้ประกอบด้วยกองหินย่อย ๆ  3 กอง เรียงตัวตามแนวเหนือใต้ กองด้านเหนือสุดเป็นหินพ้นน้ำ มีกระโจมไฟตั้งเป็นสัญลักษณ์ กองถัดมามียอดที่ระดับความลึก 5 เมตร และกองด้านใต้สุดมียอดที่ระดับความลึก 15 เมตร  โดยกองที่ได้รับความนิยมดำน้ำที่สุดคือ กองที่สอง เนื่องจากมีระดับความลึกไม่มาก และมีทิวทัศน์ใต้น้ำสวยงาม มีทั้งปะการังแข็ง กัลปังหา และฟองน้ำครก ขึ้นสลับสับหว่างกันเป็นองค์ประกอบสวยงามเหมือนสวนใต้น้ำที่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจ และบริเวณยอดกองที่ความลึก 5 เมตร มีปะการังอ่อนหลากสีสันปกคลุม เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพใต้น้ำที่สวยงาม อีกทั้งยังอยู่ในระดับความลึกสำหรับทำเซฟตี้สต็อบ (Safety Stop) ทำให้นักดำน้ำมีเวลาสำหรับการชื่นชมและถ่ายภาพธรรมชาติสวยงามได้เต็มที่

  • ระดับความลึก 5-28 เมตร    

  • กระแสน้ำแรงในบางช่วงเวลา 

Marine Life-07.png
Marine Life-12.png
Marine Life-05.png
IMG_3620.jpg
_DSC2442.jpg

หมู่เกาะพีพี

จังหวัดกระบี่

นักท่องเที่ยวทั่วไปรู้จักเกาะพีพีเป็นอย่างดี ในฐานะหมู่ที่มีภูมิทัศน์สวยงามระดับโลก โดดเด่นด้วยภูมิประเทศภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงตระหง่านตั้งฉากกับท้องทะเลสีมรกต โดยมีอ่าวมาหยาและอ่าวปิเละบนเกาะพีพีเลเป็นไฮไลต์ และมีเกาะพีพีดอน เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แหล่งรวมรีสอร์ต ที่พัก และทุกสิ่งทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ

 

ในมุมมองของนักดำน้ำแบบสกูบา เกาะพีพีคือแหล่งดำน้ำที่มีดีไม่แพ้ใคร อย่างที่เกาะบิดะนอก เกาะหินปูนขนาดเล็กจิ๋วซึ่งอยู่ด้านทิศใต้ของหมู่เกาะพีพี ในเวิ้งอ่าวเล็ก ๆ ที่มีระดับน้ำตื้นเพียง 1-2 เมตรนั้นเป็นบ้านของเหล่าปลาฉลามครีบดำนับสิบตัว ปลาฉลามเหล่านี้เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลปลาฉลามที่ไม่ทำร้ายคน ทั้งยังเจอได้ยาก ด้วยความรักสันโดษและเคลื่อนที่ได้ว่องไว ถ้าเราค่อย ๆ ว่ายน้ำเข้าไปในดงปะการังที่เป็นบ้านของพวกมันอย่างช้า ๆ อาจจะมีโอกาสเห็นพวกมันว่ายน้ำไปมาอย่างสง่างามและปราดเปรียวจนถ่ายภาพได้ไม่ทัน

 

บริเวณริมหน้าผาใต้น้ำของเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะพีพียังเป็นจุดดำน้ำที่มีความน่าสนใจ อย่างที่หน้าผาด้านนอกอ่าวมาหยา มีจุดดำน้ำชื่อเทอเทิล ร็อก (Turtle Rock, Maya Wall) ซึ่งมีแนวปะการังสวยงามซ่อนอยู่ใต้เงื้อมเงามืดสลัวของหน้าผาสูงใหญ่ ดูลึกลับและน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นี่มีปะการังอ่อนสีสวยขึ้นแซมสลับกับกัลปังหาผืนใหญ่ ประดับประดาท้องทะเลสีครามให้มีสีสันสดใส และหลาย ๆ ครั้ง เรามักพบปลาฝูงใหญ่ว่ายเวียนวนในแนวปะการังเหล่านี้อย่างมีชีวิตชีวา

  • หมู่เกาะพีพี สามารถเดินทางได้ทั้งจากจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดกระบี่ ใช้เวลาประมาณ 1:30 ชั่วโมง สามารถเดินทางมาดำน้ำได้โดยใช้บริการโปรแกรมดำน้ำแบบเช้าไป-เย็นกลับ ทั้งที่ออกเดินทางจากจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางมาพักแรมบนเกาะพีพีดอน แล้วใช้บริการทริปดำน้ำแบบเช้าไป-เย็นกลับ กับร้านดำน้ำท้องถิ่นบนเกาะพีพีดอน

  • ค่าใช้จ่าย เริ่มต้นที่ 3,500 บาท สำหรับทริปดำน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day trip)

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำ เดือนตุลาคม - พฤษภาคม

_DSC3896.jpg
KohHa_DJI_0010.jpg

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

จังหวัดกระบี่

สัมผัสความมหัศจรรย์ของภูผา โถงถ้ำ และสวนดอกไม้ใต้สมุทร ในหมู่เกาะห้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ที่นี่เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมที่สามารถเดินทางมาดำน้ำได้ทั้งจากเกาะลันตาใหญ่ และเกาะพีพีดอน รวมทั้งเรือบริการดำน้ำแบบค้างคืน (Liveaboard) ซึ่งให้บริการเส้นทางอันดามันใต้ จะมีโปรแกรมดำน้ำที่หมู่เกาะห้า เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของทริป

หมู่เกาะแห่งนี้มีเกาะหินปูนเล็ก ๆ  5 เกาะตั้งเรียงรายกันเป็นกลุ่มอยู่ท่ามกลางห้วงทะเลที่ไล่เฉดสีน้ำเงิน ฟ้า คราม อย่างสวยงาม เป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ทางทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะมองผ่านภาพถ่ายทางอากาศ ชมวิวจากผิวน้ำ หรือดำดิ่งลงสู่โลกใต้บาดาล

ที่นี่มีจุดดำน้ำหลากหลายบรรยากาศ ทั้งแนวปะการัง โถงถ้ำใต้ทะเล และลานทรายใต้น้ำจึงเหมาะสำหรับนักดำน้ำหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ 

  • หมู่เกาะห้า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ห่างจากเกาะลันตาใหญ่ 27 กิโลเมตร สามารถเดินทางมาดำน้ำโดยใช้บริการทริปดำน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day trip) ซึ่งให้บริการโดยบริษัททัวร์ดำน้ำบนเกาะลันตาใหญ่ และเกาะพีพีดอน ส่วนใหญ่จะจัดโปรแกรมดำน้ำวันละ 2-3 ไดฟ์ โดยกำหนดจุดดำน้ำตามความเหมาะสม นอกจากนี้ เรือดำน้ำแบบค้างคืน (Liveaboard) ที่ให้บริการเส้นทางอันดามันใต้ ก็จะกำหนดให้เกาะห้าใหญ่อยู่ในโปรแกรม

  • ค่าใช้จ่าย เริ่มต้นที่ 3,500 บาท สำหรับทริปดำน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day trip)

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำ เดือนตุลาคม - พฤษภาคม

_DSC3772.jpg
_DSC9001.jpg
_DSC9010.jpg

เกาะห้าใหญ่
(The Cathedral)

เกาะห้าใหญ่คือที่ตั้งของถ้ำใต้ทะเลซึ่งเป็นที่รู้จักดีที่สุดในเมืองไทย บริเวณแนวหน้าผาใต้น้ำในระดับความลึกประมาณ 15 เมตร มีเพิงถ้ำขนาดใหญ่สองแห่งเชื่อมต่อถึงกัน เป็นถ้ำที่ไม่ลึกมาก และมีแสงสว่างส่องเข้าถึง เป็นถ้ำใต้ทะเลที่นักดำน้ำทั่วไปสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัย

ความสวยงามอันมหัศจรรย์ของถ้ำแห่งเกาะห้าใหญ่นี้จะเห็นได้จากมุมมองเมื่อเข้าไปถึงด้านในถ้ำแล้วมองย้อนกลับออกมา จะเห็นแสงเรืองรองส่องผ่านเพิงหินปากถ้ำอย่างสวยงามดั่งมหาวิหารใต้สมุทร จนนักดำน้ำชาวต่างชาติรุ่นแรก ๆ ที่มาดำน้ำสำรวจถ้ำแห่งนี้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษไว้ว่า The Cathedral 

นอกจากเพิงถ้ำที่สวยงาม บริเวณความลึก 20-25 เมตร ยังมีสวนปะการังอ่อนและกัลปังหาสีสันสวยงาม มีสัตว์น้ำขนาดเล็กให้ค้นหา เช่น ทากทะเลที่หากินอยู่ตามฟองน้ำ และปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ รูปร่างแปลกตา หากินโดยการพรางตัวอยู่กับกัลปังหา

  • ระดับความลึก 5-25 เมตร  

  • เพิ่มความระมัดระวังในการดำน้ำเข้าถ้ำ ควรมีไฟฉายพกติดตัว 

_A657632.jpg
_A654336.jpg

เกาะห้าเหนือ (The Chimney)

จุดเด่นของเกาะห้าเหนือ คือโพรงถ้ำใต้น้ำขนาดเล็กที่อยู่ในระดับความลึก 10 เมตร เป็นจุดดำน้ำที่ให้ประสบการณ์แปลกใหม่ในการว่ายน้ำลอดเข้าสู่โพรงถ้ำที่แคบและมืดสลัว การดำน้ำเข้าถ้ำแห่งนี้จะให้ความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพให้คุ้นชินกับความมืดได้สักพัก ความตื่นเต้นจะกลายเป็นความประทับใจเมื่อได้เห็นลำแสงอันสวยงามจากปากปล่อง ส่องลงมากระทบฝูงปลาตัวเล็ก ๆ  ที่อาศัยอยู่ในโพรงถ้ำ และเราสามารถว่ายน้ำลอดปากปล่องขึ้นไปตามลำแสงที่ส่องลงมาได้

เนื่องจากช่องโพรงทางเข้าและออกของถ้ำนี้มีระดับความลึกแตกต่างกันมาก จึงควรใช้ความระมัดระวังในการว่ายน้ำขึ้นอย่างช้า ๆ  และควรวางแผนการดำน้ำให้รัดกุมปลอดภัย

  • ระดับความลึก 5-28 เมตร  

  • ระมัดระวังการดำน้ำเปลี่ยนความลึก โดยเฉพาะช่วงว่ายน้ำลอดขึ้นจากปล่อง

Marine Life-02.png
Marine Life-12.png
Marine Life-11.png
_A655660-Edit_adj.jpg
_DSC4692.jpg

หินม่วง หินแดง

สำรวจกองหินใต้ทะเลลึกที่แต่งแต้มด้วยสีสันสดใสสวยงามที่หินม่วง และหินแดง สองกองหินคู่แฝดกลางทะเลอันไกลโพ้น โดยหินแดงเป็นกองหินที่มียอดโผล่พ้นน้ำเล็กน้อย หากมองจากผิวน้ำจะเหมือนโขดหินธรรมดาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจนัก แต่ใต้ผิวน้ำคือกองหินขนาดใหญ่ที่มีปะการังอ่อนสีแดงและสีม่วงเกาะอยู่ตามผาหินอันกว้างใหญ่ มีปลาหลากหลายชนิด เช่น ปลาสาก ปลากล้วย ปลาเหยี่ยวปากยาว ปลาสลิดหินสีทองจำนวนมากมายแหวกว่ายหากินอยู่ในแนวปะการัง เหมือนดั่งผืนป่าอันเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส ที่มีผีเสื้อบินคลอเคลีย ส่วนหินม่วงนั้นเป็นกองหินที่มีความลึกเฉลี่ยมากกว่า โดยยอดกองนั้นอยู่ลึก 8 ​เมตร เป็นกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ที่วางตัวเป็นแนวยาว มีแนวหน้าผาลาดชันลงสู่ก้นทะเลอันมืดมิดตามแนวหน้าผามีปะการังอ่อนคล้ายกับหินแดง แต่เนื่องจากจุดดำน้ำนี้มีความลึกเฉลี่ยมากกว่า ทำให้แสงสีแดงถูกมวลน้ำทะเลดูดกลืนจนมองเห็นปะการังกลายเป็นสีม่วง 

เนื่องจากหินแดงและหินม่วงอยู่กลางทะเลเปิด ระยะทางไกลจากแผ่นดินใหญ่ค่อนข้างมาก ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งไม่สามารถพยากรณ์สภาพอากาศและคลื่นลมล่วงหน้าได้แม่นยำ อีกทั้งยังเป็นจุดดำน้ำที่มีความลึก มีกระแสน้ำไหลแรง นักดำน้ำควรมีประสบการณ์ และตรวจสอบกำหนดการดำน้ำกับผู้ให้บริการล่วงหน้าก่อนเดินทาง

  • หินแดง ระดับความลึก 5-42 เมตร 

  •    หินม่วง ระดับความลึก 8-65 เมตร  

  •    เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์
     

Marine Life-02.png
Marine Life-12.png
Marine Life-11.png
_DSC3782.jpg
_DSC4708.jpg
DJI_0276.jpg
_DSC2939.jpg

หมู่เกาะอาดัง-ราวี

จังหวัดสตูล

ปลายสุดน่านน้ำแห่งทะเลอันดามันของไทย มีหมู่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งเคยอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่เสียจนแทบจะไม่มีใครรู้จัก แต่ปัจจุบันคือเกาะในฝันที่รู้จักกันดีในชื่อเกาะหลีเป๊ะ ซี่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของหมู่เกาะอาดัง-ราวี หมู่เกาะที่มีเกาะขนาดใหญ่สองเกาะ คือ เกาะอาดัง และเกาะราวี โดยมีเกาะหลีเป๊ะเป็นเพียงเกาะเดียวที่มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่มาเป็นเวลานับร้อยปี 

 

ในมุมมองของนักดำน้ำที่นิยมการดำดิ่งลงสู่ห้วงความลึกสีครามด้วยถังอากาศ หลีเป๊ะคือจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนสักครั้ง เพราะที่นี่มีจุดดำน้ำขึ้นชื่อของทะเลไทยอย่างกองหินตาลัง หรือ สโตนเฮนจ์ พินาเคิล (Stonehenge Pinnacle) ซึ่งเป็นที่สุดในด้านสีสันของปะการังอ่อนและกังปังหาที่ประดับประดาเสาหินใต้น้ำอันสวยงามดั่งปฏิมากรรม

 

นอกจากนี้ จุดดำน้ำต่างๆ ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี ยังมีอีกหลายจุดที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของสัตว์ทะเลขนาดเล็กจำพวกทากเปลือก (Nudibranch) ที่สามารถพบได้นับร้อยสายพันธุ์ จนนับได้ว่าหมู่เกาะอาดัง-ราวี คือแหล่งดำน้ำยอดนิยมของผู้ชื่นชอบการสำรวจและตามหาทากทะเลอันมีสีสันและรูปร่างชวนหลงใหล 

 

นักดำน้ำทั่วไปสามารถมาดำน้ำที่กองหินตาลังได้หลายวิธี ไม่ว่าจะมาด้วยเรือลีฟอะบอร์ดที่มีห้องพักในเรือสะดวกสบาย เดินทางรอนแรมมาตั้งแต่เกาะภูเก็ต แวะดำน้ำตามหมู่เกาะรายทางมาเรื่อย ๆ จนสุดเส้นทางที่เกาะหลีเป๊ะ หรือบางคนก็เลือกแบกกระเป๋าข้ามเรือจากจังหวัดสตูลมาพักค้างแรมบนเกาะหลีเป๊ะโดยตรง แล้วซื้อทริปออกไปดำน้ำโดยใช้เวลาสั้น ๆ ออกไปดำน้ำแบบสบาย ๆ ด้วยเรือหางยาวแบบชาวเกาะขนานแท้ ซึ่งเป็นวิธีเก่า ๆ ที่ให้อารมณ์แปลกใหม่ เพราะเดี๋ยวนี้คงมีเหลือเพียงไม่กี่ที่ในเมืองไทย ที่ยังคงใช้เรือหางยาวในการออกไปดำน้ำสกูบา

_DSC1922.jpg
_DSC2892.jpg
_DSC9952-edited.jpg

กองหินตาลัง หรือ สโตนเฮนจ์ (Stonehenge Pinnacle)

ที่สุดแห่งสีสันของโลกใต้น้ำ กับสวนสวรรค์ใต้บาดาลซึ่งอยู่ใกล้เกาะหลีเป๊ะเพียงเอื้อมมือ

หากเรามองออกไปจากชายหาดด้านทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ จะเห็นเกาะแห่งหนึ่งตั้งเด่นเป็นสง่า ใกล้ ๆ เกาะนั้นมีกองหินขนาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดดำน้ำอันเป็นที่สุดของทะเลไทยในหลายด้าน ทั้งความงามของปะการัง และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

สัญลักษณ์ของกองหินตาลังคือแท่งหินแกรนิต 4 แท่งตั้งล้อมกันเป็นวงบริเวณยอดกอง อันเป็นที่มาของชื่อสโตนเฮนจ์ที่นักดำน้ำยุคแรก ๆ ตั้งชื่อเพื่อเปรียบเปรย ลักษณะของแท่งหินนี้ ซึ่งคล้ายกลุ่มหินสโตนเฮนจ์ที่ประเทศอังกฤษ บนแท่งหินทั้งสี่และโขดหินใหญ่น้อยต่าง ๆ  ล้วนถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ม่วง น้ำเงิน ขาว เหลือง ของปะการังอ่อนที่ขึ้นแข่งกับกัลปังหา สวยงามดั่งสวนดอกไม้ที่มีใครตั้งใจมาจัดไว้อย่างวิจิตรบรรจง อีกทั้งยังมีบริเวณที่กว้างใหญ่จนต้องใช้เวลาดำน้ำถึง 2 ไดฟ์ จึงจะชื่นชมความงามได้ทั่วทุกบริเวณ

ความพิเศษอีกอย่างของจุดดำน้ำแห่งนี้คือมีความลึกไม่มาก แสงอาทิตย์จึงส่องสว่างลงมาถึงแนวปะการังทำให้เราได้เห็นสีสันสดใสของโลกใต้น้ำอย่างชัดเจน เป็นจุดดำน้ำที่ถ่ายภาพได้สวยงามเป็นพิเศษ เป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพใต้น้ำแทบทุกคนที่อยากกลับมาถ่ายภาพกองหินตาลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่นอกจากความสวยงามอันเป็นที่สุด กองหินตาลังยังเป็นที่สุดในด้านความรุนแรงของกระแสน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะปกติที่พบได้ในจุดดำน้ำที่มีปะการังอ่อนและกัลปังหา เนื่องจากปะการังจำพวกนี้หากินด้วยการดักจับธาตุอาหารที่ลอยมากับกระแสน้ำ ในช่วงเวลาที่กระแสน้ำไหลเบาๆ โพลิปของปะการังอ่อนจะฟูฟ่องรับกระแสน้ำ นักดำน้ำที่ยังไม่คุ้นเคยกับการดำน้ำที่กองหินตาลัง จึงควรปรึกษาผู้ให้บริการดำน้ำ หรือตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อหาช่วงวันและเวลาที่เหมาะสมที่สุด

  • ระดับความลึก 5-20 เมตร    

  • เป็นเขตกระแสน้ำแรงและแปรปรวน เหมาะสำหรับนักดำน้ำระดับ Advance ที่มีประสบการณ์

Marine Life-12.png
Marine Life-07.png
_A657632.jpg
_A658966.jpg

กองหินแปดไมล์ (8 Mile Rock)

ชื่อของจุดดำน้ำกองหินแปดไมล์ มาจากตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างจากเกาะหลีเป๊ะไปทางทิศใต้ประมาณ 8 ไมล์ทะเล เป็นจุดดำน้ำระดับตำนานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลเปิด และถือเป็นอัญมณีเม็ดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเส้นทางดำน้ำสกูบาในอันดามันใต้

ภูมิประเทศใต้น้ำของที่นี่มีลักษณะเป็นกองหินแกรนิตขนาดมหึมาเพียงกองเดียว (Pinnacle) ที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยส่วนยอดของกองหินอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 12-14 เมตร และลาดดิ่งลงสู่ลานทรายด้านล่างที่ความลึกกว่า 40 เมตร 

ไฮไลท์สำคัญที่ทำให้นักดำน้ำทั่วโลกหลงใหลคือการเป็นจุดนัดพบปลาใหญ่ โดยเฉพาะฉลามวาฬ (Whale Shark) และปลากระเบนราหู (Manta Ray) ที่มักแวะเวียนมาปรากฏตัวให้เห็นบ่อยครั้ง รวมถึงฝูงปลาบาร์ราคูด้าขนาดใหญ่ที่ว่ายวนเวียนอยู่รอบกองหินอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

เนื่องจากเป็นกองหินโดดเดี่ยวกลางทะเลเปิด กระแสน้ำบริเวณกองหินแปดไมล์จึงมักมีความแรงและเชี่ยวในบางช่วงเวลา อีกทั้งความลึกของจุดดำน้ำที่ค่อนข้างมาก ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ระดับ Advanced Open Water ขึ้นไป 

  • ระดับความลึก 12-40 เมตร  

  • ระวังกระแสน้ำแรง และทัศนวิสัยจำกัด ในบางช่วงเวลา

Marine Life-11.png
Marine Life-12.png
DJI_0299.jpg

Information

ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา 0 7566 0711-2 

โรงพยาบาลเกาะลันตา 0 7569 7100

สถานีตำรวจภูธรเกาะลันตา 0 7566 8192

รายชื่อร้านดำน้ำ และโรงเรียนสอนดำน้ำในเกาะลันตา

รายชื่อเรือ Live aboard ที่ให้บริการในเส้นทาง

_A657632.jpg
Scuba Diver

กิจกรรมท่องเที่ยวบนเส้นทาง

Road Trip

ขับรถเที่ยวชมทิวทัศน์บนเกาะลันตา

บนเกาะลันตาใหญ่มีถนนทอดยาวจากบ้านศาลาด่าน ด้านทิศเหนือของเกาะ ไปจนจรดปลายแหลมด้านทิศใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ระยะทางระหว่างเส้นทาง 20 กิโลเมตร มีความสวยงาม เหมาะแก่การขับรถชมทิวทัศน์

_BBB0484.jpg

ล่องเรือชมป่าชายเลน บ้านทุ่งหยีเพ็ง

ลองเรือแจวแบบพื้นบ้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในป่าชายเลน ชมแสงตะวันแรก และกินอาหารพื้นบ้าน

Road Trip

ขับรถเที่ยวชมทิวทัศน์บนเกาะลันตา

บนเกาะลันตาใหญ่มีถนนทอดยาวจากบ้านศาลาด่าน ด้านทิศเหนือของเกาะ ไปจนจรดปลายแหลมด้านทิศใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ระยะทางระหว่างเส้นทาง 20 กิโลเมตร มีความสวยงาม เหมาะแก่การขับรถชมทิวทัศน์

bottom of page